ผู้นำที่ทำให้องค์กรด้อยพัฒนา
โดย : ดร.บวร ปภัสราทร http://bit.ly/mM8vxa
ความสำเร็จของทุกองค์กรเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้คนในองค์กรนั้น ถ้ามีคนเก่งเยอะ โอกาสจะเกิดความสำเร็จก็มีมากแต่ คนเก่งอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีผู้นำที่เก่งด้วย ความสำเร็จจึงจะมีขึ้นให้เห็นอย่างทันตาทันใจ น้อยนักที่จะได้เห็นว่ามีองค์กรใดที่สามารถสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น ภายใต้ผู้นำที่ไร้ฝีมือ แต่ที่ได้เห็นกันบ่อยมากกว่า คือ มีคนเก่งอยู่เต็มไปหมดแต่ได้ผู้นำที่ย่ำแย่ ถ้าการได้มาซึ่งตัวผู้นำมีการคัดกรองกันเป็นอย่างดี เก่งไม่จริงไม่ได้เป็นผู้นำ ผู้นำที่ได้จึงไม่ใช่แค่เก่งบริหาร เก่งการจัดการ แต่ยังชนะใจผู้คนในองค์กรจนสามารถชักชวนให้ผู้คนทุ่มเททำงานขับเคลื่อน องค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ ผู้นำที่ดีจริงสามารถทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในอนาคตขององค์กรได้ แต่บังเอิญว่าการได้ตัวผู้นำในหลายองค์กร โดยเฉพาะในบ้านเมืองที่ด้อยพัฒนานั้น มักมีกลไกในการคัดเลือกตัวผู้นำที่ด้อยพัฒนาตามไปด้วย
ผู้นำในบ้านเมืองที่ด้อยพัฒนาหลายคนจึงอ่อนด้อยความสามารถในการเป็นผู้นำ ไม่มากก็น้อย ก็เลยยิ่งทำให้องค์กรนั้นด้อยการพัฒนามากขึ้นไปอีก แต่ถ้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรที่จะแก้ไข เพียงแค่ทำให้รู้จักเลือกคนเก่งมาเป็นผู้นำให้ได้ก็หมดเรื่อง การปรับเปลี่ยนให้กลไกการแต่ความจริงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการปรับเปลี่ยนนี้ คือ มีการเล่นพรรคเล่นพวกอย่างมากในองค์กรด้อยพัฒนา คิดกันอยู่แต่ว่ามีเฉพาะพรรคพวกของฉันเท่านั้นที่ควรจะได้เป็นผู้นำคัดเลือกผู้นำให้มีความก้าวหน้าสอดคล้องกับระดับ การพัฒนาขององค์กร จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ องค์กรใดโชคดีปรับเปลี่ยนได้ก็ก้าวไกลไปเป็นองค์กรที่พัฒนาแล้ว องค์กรที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ก็จะยังวนเวียนอยู่กับวิธีการทำงานที่แสนจะด้อย พัฒนาต่อไปโดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว
ถ้าอยากทราบว่าผู้นำสามารถทำให้องค์กรของเราก้าววนอยู่กับการด้อยพัฒนา ได้อย่างไร ท่านว่าให้ลองดูจากพฤติกรรมของตัวผู้นำว่ามีอาการที่จะบอกกล่าวต่อไปนี้บ้าง หรือไม่ ถ้ามีพฤติกรรมเหล่านี้ให้หาหนทางปรับเปลี่ยนกลไกการจัดหาผู้นำได้แล้ว ไม่เช่นนั้น ก็คงจมอยู่กับการด้อยพัฒนาอีกนานเท่านาน
1. อาการแรกที่เห็นได้ชัดเจน คือ ผู้นำมักแสดงท่าทีว่าตนเองเก่งกาจกว่าผู้คนในองค์กรนั้นไปแทบทุกเรื่อง
ผู้นำแทนที่จะใส่ใจในเรื่องยุทธศาสตร์และนโยบายกลับให้ความสนใจลงไปในราย ละเอียดในทุกระดับของการปฏิบัติงาน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เก่งกาจอะไรในเรื่องนั้นแม้แต่นิดเดียว พร้อมๆ กับที่พยายามสร้างภาพให้ผู้คนในองค์กรนั้นหลงเชื่อว่าผู้นำเป็นผู้ที่มีคำ ตอบในทุกเรื่อง จนกระทั่งผู้คนไม่คิดไม่อ่านอะไรกันแล้ว รอท่านผู้นำคิดให้แต่อย่างเดียว การพัฒนาขององค์กรจึงผูกติดอยู่กับความสามารถของตัวผู้นำ แต่ในปัจจุบันคงยากนักที่จะได้เห็นใครที่เก่งไปหมดทุกเรื่อง ทำให้ต้องช่วยกันคิด ต้องช่วยกันตัดสินใจจึงจะสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นมาได้ แต่ถ้าทำให้ทุกคนเชื่อว่าคนคิดได้คิดเป็นมีแค่ตัวผู้นำเท่านั้น ความสำเร็จเลยเกิดขึ้นได้ยากหน่อย แถมท้ายด้วยการทำให้เกิดการทำงานแบบกินแรงขึ้นในหมู่พนักงานในองค์กร หมายถึงว่าทุกคนคิดไปกันเองว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ผู้นำคงได้คิดตัดสินใจให้ คนนั้นคนนี้ไปทำแล้ว ตัวฉันอยู่เฉยๆ ก็ไม่ทำให้องค์กรย่ำแย่ลงแต่อย่างใด สุดท้ายกลายเป็นคนดูเยอะ คนทำน้อยหรือไม่ก็กลายเป็นคนเก่งคอยดูคนไม่รู้เรื่องทำงาน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วองค์กรย่อมจมติดอยู่กับการด้อยพัฒนา ยากที่จะหลุดไปได้ ผู้นำที่ทำให้องค์กรด้อยพัฒนาชอบแสดงอำนาจเท่าๆ กับที่ชอบผูกขาดการตัดสินใจ การแสดงอำนาจปรากฏขึ้นในหลากหลายรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม ในทางตรงที่เห็นชัดเจนที่สุดคือการเลือกปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ผู้นำสามารถยกเว้นกฎกติกาหลายอย่างขององค์กรจนกลายเป็นเรื่องปกติ ผู้คนแม้ได้เห็นการเลือกปฏิบัติก็ไม่มีใครทุกข์ร้อนอะไร เพราะผู้นำได้สร้างความเชื่อไว้ว่าผู้นำต้องมีสิทธิพิเศษเสมอ ทางอ้อม ก็คือ การชักชวนให้ทำตามที่ตนเองบอกกล่าว แม้จะไม่บังคับเคี่ยวเข็ญกันตรงๆ แต่ถ้าหากใครไม่ทำตามที่แนะนำ คนนั้นก็ไร้ความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้น
ที่น่าแปลกใจอีกอย่างหนึ่ง คือ การที่ผู้นำมักรู้สึกว่าภาพลักษณ์ของตนจะดูลดความสำคัญลงในทันทีที่ยอมให้มี การแสดงความคิดความเห็นอย่างกว้างขวาง ยิ่งมากผู้คนยิ่งมากความคิดความเห็นปรากฏขึ้นมาเมื่อใด เมื่อนั้นผู้นำจะรู้สึกว่าตนเองหมดความน่าเชื่อถือลงไปเลย แตกต่างจากผู้นำที่สามารถทำให้องค์กรพัฒนาก้าวหน้าได้นั้นจะให้ความสำคัญ อย่างยิ่งยวดกับความคิดความเห็นของผู้คน เพราะเป็นกลไกหนึ่งในการวัดผลว่าที่ได้นำทางมานั้นมีผู้คนเดินร่วมทางมามาก น้อยเพียงใด และมีทิศทางใดบ้างที่สมควรต้องมีการปรับเปลี่ยน การมีส่วนร่วมเสนอความคิดความเห็นแม้ในเรื่องเล็กเรื่องน้อย จึงเป็นสิ่งที่ผู้นำที่ทำให้องค์กรด้อยพัฒนาหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุด ชอบบอกให้พนักงานฟัง แต่ไม่ชอบฟังที่พนักงานบอก ผู้นำด้อยพัฒนาจึงมักมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพราะไม่ค่อยได้ ฟังใคร
2. ผู้นำที่ทำให้องค์กรด้อยพัฒนามักชอบที่จะให้มีลำดับขั้นในการบริหารงานที่ซับซ้อน
เพราะช่วยลดการมีส่วนร่วมของผู้คนลงได้มาก ใครจะทำอะไรใหม่ก็ให้ถามหัวหน้าในระดับของตนก่อนแล้วค่อยๆ เสนอผ่านมาตามลำดับชั้นจนถึงผู้นำ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่ากลไกนี้ช่วยลดทอนความคิดเห็นที่แตกต่างจากที่มีอยู่ เดิมได้เป็นอย่างดี เพราะผู้บริหารในแต่ละระดับกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์ความคิดเดิมทำหน้าที่ คอยกลั่นกรองความคิดใหม่ๆ ที่ขัดแย้งไปหมด ผู้นำจึงสบายใจที่ได้ฟังแต่เรื่องที่เหมือนกับความคิดความเห็นของตน ซึ่งยิ่งทำให้เชื่อมั่นว่าที่คิดนั้นดีเลิศจนทุกคนเห็นสอดคล้องตามกันไปหมด การมีการบริหารหลายระดับชั้นยังช่วยเตือนความจำของพนักงานว่าผู้นำเป็นผู้ คิด ผู้นำเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะทุกครั้งที่จะทำอะไรก็ต้องถามใครสักคนหนึ่งที่มีตำแหน่งสูงกว่าให้ บอกว่าทำได้หรือไม่ได้ ถูกหรือไม่ถูก พนักงานที่ดีจึงแค่รู้ทำตามและรู้จักถามให้ถูกคนก็พอแล้ว
คนมีฝีมือมากมายหลายคนที่กลายเป็นผู้นำที่ทำให้องค์กรของตนจมอยู่กับการ ด้อยพัฒนา ผู้นำที่สร้างพัฒนาการให้กับองค์กรได้นั้นไม่ใช่แค่เป็นคนเก่ง แต่ต้องเป็นคนที่รู้ว่าเมื่อใดจะเสียสละอำนาจบารมีของตน เพื่อแลกกับการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ร่วมคิดร่วมทำให้เกิดเป็นการพัฒนาที่ ยั่งยืนต่อไปได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น